ช่องว่างสำคัญระหว่างการจัดเก็บข้อมูลและการนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงกลยุทธ์
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลที่เป็นไปอย่างก้าวกระโดด หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่เจ้าของกิจการมักจะนำมาประเมินผลงานก็คือ บริษัทของเรามีการดำเนินงานที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลอย่างแท้จริงแล้วหรือยัง
ส่วนใหญ่แล้วเรามักจะได้รับคำตอบเชิงบวกที่สร้างความมั่นใจให้กับทีมงาน แต่ถ้าหากเราลองเจาะลึกเข้าไปดูในกระบวนการตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้ายจริงๆ เราจะเห็นว่าหลายหน่วยงานลงทุนกับซอฟต์แวร์วิเคราะห์ราคาแพง รวมถึงมีการจัดตั้งทีมงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคอยดูแลระบบอยู่ตลอดเวลา
แต่เมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญที่จำเป็นต้องเลือกทิศทางหรือแก้ปัญหา ผู้นำและผู้บริหารระดับสูงส่วนใหญ่ยังคงเลือกที่จะใช้สัญชาตญาณ นี่คือช่องว่างขนาดใหญ่ที่แบ่งแยกองค์กรระดับธรรมดาทั่วไป
เปลี่ยนจากรายงานสรุปสิ้นเดือนมาเป็นระบบแจ้งเตือนแบบทันท่วงที
รูปแบบการทำงานที่ต้องรอคอยข้อมูลย้อนหลังเมื่อสิ้นสุดไตรมาส ไม่ต่างอะไรกับการควบคุมเรือทัศนาจรท่ามกลางคลื่นลมแรงโดยไม่มีเรดาร์ โดยที่เราสามารถมองเห็นเส้นทางข้างหน้าได้เพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น
กว่าที่รายงานจะถูกจัดทำเสร็จสิ้นและส่งถึงมือผู้บริหาร คู่แข่งในตลาดก็อาจจะนำหน้าเราไปไกลหลายช่วงตัวแล้ว องค์กรชั้นนำในปัจจุบันจึงเลือกที่จะปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานใหม่
ตัวชี้วัดหลักที่องค์กรระดับโลกนิยมติดตามอย่างใกล้ชิดประกอบด้วย:- แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงความต้องการของผู้บริโภค: การตรวจสอบว่าผู้ใช้บริการมีอัตราการใช้งานระบบลดลงหรือเพิ่มขึ้นอย่างไร
- คอขวดในระบบการผลิตและการส่งมอบสินค้า: การค้นหาจุดบกพร่องในห่วงโซ่อุปทานก่อนที่จะเกิดความล่าช้า
- การประเมินความคุ้มค่าของการใช้ทรัพยากรในแต่ละแผนก: เพื่อช่วยให้การบริหารจัดการสภาพคล่องมีความยืดหยุ่นและปลอดภัยสูง
วิธีรักษารายได้หลักของบริษัทผ่านการสังเกตสัญญาณผิดปกติจากผู้ซื้อ
ในความเป็นจริงแล้วไม่มีลูกค้าคนไหนที่เดินจากไปโดยไม่ทิ้งเบาะแสใดๆ เอาไว้
หรือการที่พวกเขาเริ่มตอบสนองต่อข้อความและการสื่อสารของแบรนด์ช้าลง สัญญาณเล็กๆ เหล่านี้เมื่อนำมารวมกันจะกลายเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของความไม่พึงพอใจ ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้ทีมงานสามารถเข้าไปดูแลและยื่นข้อเสนอเพื่อช่วยเหลือได้ทันเวลา
มุมมองใหม่เกี่ยวกับการตั้งราคาในฐานะเครื่องมือทดลองทางวิทยาศาสตร์
บริษัททั่วไปมักจะกำหนดราคาสินค้าขึ้นมาเพียงครั้งเดียวในช่วงเริ่มต้น ซึ่งแนวคิดแบบเก่านี้อาจจะไม่สามารถตอบโจทย์การแข่งขันในยุคปัจจุบันได้อีกต่อไป
ในทางตรงกันข้าม องค์กรที่ประสบความสำเร็จจะมองเรื่องราคาเป็นเรื่องของการทดลอง และช่วยให้การตัดสินใจในเรื่องนโยบายราคามีความเฉียบคมและสร้างผลตอบแทนสูงสุดให้กับบริษัท
การสร้างแหล่งข้อมูลอ้างอิงหนึ่งเดียวเพื่อยุติข้อขัดแย้งในห้องประชุม
เมื่อฝ่ายการตลาด ฝ่ายการเงิน และฝ่ายผลิต ต่างอ้างอิงสถิติคนละฐานข้อมูล และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งภายในโครงสร้างการบริหารจัดการได้โดยง่าย
ทางออกของปัญหานี้คือการจัดตั้งระบบฐานข้อมูลอ้างอิงที่เป็นหนึ่งเดียว ไปสู่การวิเคราะห์แนวทางและแผนงานเชิงรุกที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างแท้จริง
หัวใจหลักของการสร้างความได้เปรียบในตลาดไม่ใช่แค่เทคโนโลยีแต่คือพฤติกรรมของคน
ในท้ายที่สุดแล้ว เทคโนโลยีและเครื่องมือซอฟต์แวร์ต่างๆ เป็นเพียงแค่ส่วนประกอบ หัวใจสำคัญที่แท้จริงคือความกล้าและความเป็นมืออาชีพในการปฏิบัติตามข้อมูล
ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นทำทุกกระบวนการพร้อมกันในเวลาเดียว ดูรายละเอียด และพร้อมที่จะเรียนรู้จากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพียงเท่านี้บริษัทของคุณก็จะสามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืน